สวัสดี

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่18 มิถุนายน พ..2550

และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ..2550 เป็นต้นไป

ทำไมต้องมี พ... คอมพิวเตอร์ เพราะว่าคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน มีทั้งด้านดีและด้านที่ไม่ดี มีการใช้คอมพิวเตอร์เผยแพร่ข้อมูลในทางที่เป็นเท็จหรืออนาจาร อาจส่งผลเสียต่อบุคคลอื่น จึงต้องมีมาตรการควบคุม

ความผิดที่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ. ฉบับนี

- การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

- การเปิดเผยข้อมูลมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ

- การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

- การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

- การทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

- การกระทําเพื่อให้การทํางานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทํางานได้ตามปกติ

- การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยปกติสุข

- การจําหน่ายชุดคําสั่งทีจัดทําขึ้นเพื่อนําไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทําความผิด

- การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทําความผิดอื่นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทําความผิด

- การตกแต่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ทีเป็นภาพของบุคคล



ผู้ให้บริการที่ระบุใน พ.ร.บ. นี้ คือบุคคลใด

ผู้ให้บริการตาม พ.ร.บ.นี้ สามารถจําแนก 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

-ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ว่าโดยระบบโทรศัพท์ระบบดาวเทียม ระบบวงจรเช่าหรือบริการสื่อสารไร้สาย

-ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว่าโดยอินเทอร์เน็ต ทังผ่านสายและไร้สายหรือในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทีจัดตั้งขึ้นในเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงาน

-ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ (Host Service

Provider)

- ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่าน application ต่างๆที่เรียกว่า content provider เช่นผู้ให้บริการ web board หรือ web service เป็นต้น



พระราชบัญญัตินี้ จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปเพราะหากท่านทําให้เกิดการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ)ก็อาจจะมีผลกับท่าน และที่สําคัญ คือผู้ให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆทีเปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้อื่นหรือกลุ่มพนักงาน นิสิต นักศึกษาในองค์กรผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ดูแลอย่างรอบคอบในฐานะ "ผู้ให้บริการ"



ความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

1. เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขาแล้วเราแอบเข้าไป

จําคุก 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

2. ไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นแล้วไปยังไปบอกให้คนอื่นรู้ ต่อ

จําคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน20, 000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

3. แอบไปเจาะข้อมูลของผู้อื่นทีเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์

จําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

4. แอบไปดักจับข้อมูลผู้อื่นระหว่างการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

จําคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

5. ไปแก้ไขข้อมูลของในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

จําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน100,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

6. ส่ง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ wormหรืออะไรก็ตามเข้าไปก่อกวนจนระบบผู้อื่น

จําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน100, 000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

7. ส่งข้อมูลหรืออีเมล์ ให้ผู้อื่นซ้ำๆ โดยผู้รับไม่ได้ร้องขอ

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

8. ความผิดผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6.ทําให้บุคคลทั่วไปเกิดความเสียหาย

จําคุกไม่เกิน 10ปีและปรับไม่เกิน 200, 000 บาท

หากก่อความเสียหายต่อความมันคงของประเทศ เศรษฐกิจและสังคม

จําคุกตั้งแต่ 3-5 ปี และปรับตั้งแต่60, 000 -- 300,000 บาท

และถ้าทําให้ใครตายก็จะเพิ่มโทษเป็น .. จําคุกตั้งแต่ 10ปีถึง 20ปี

9. ถ้าเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อทําให้ทําความผิดในหลายข้อข้างต้น

จําคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน 20 ,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

10. สร้างภาพโป๊ เรืองเท็จ ทําการปลอมแปลง กระทําการใดๆทีกระทบความมั่นคง ก่อการร้าย และส่งต่อข้อมูลทั้งๆที่รู้ว่าผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น

จําคุกไม่เกิน5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100, 000บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

11. เจ้าของเว็บ สนับสนุน / ยินยอมให้เกิดข้อ 10.

จําคุกไม่เกิน 5ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

12. เอารูปผู้อื่นมาตัดต่อแล้วเอาไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์

จำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ



ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

ในฐานะบุคคลธรรมดาไม่ควรกระทําในสิงต่อไปนี้เพราะอาจจะทําให้ เกิดการกระทําความผิด" ตาม พรบ.นี้

1. ไม่ควรบอก passwordแก่ผู้อื่น

2. อย่าให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเข้าเน็ต

3. อย่าติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทํางานโดยไม่ใช้มาตรการ

การตรวจสอบผู้ใช้งานและการเข้ารหัสลับ

4 อย่าเข้าสู่ระบบด้วย user ID และ password ที่ไม่ใช่ของท่านเอง

5. อย่านํา user ID และ password ของผู้อื่นไปใช้งานหรือเผยแพร่

6. อย่าส่งต่อซึ่งภาพหรือข้อความหรือภาพเคลื่อนไหวทีผิดกฎหมาย

7. อย่า กด "remember me"หรือ "remember password"ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

และอย่า log-in เพื่อทําธุรกรรมทางการเงินที่เครื่องสาธารณะ

8. อย่าใช้ WiFi (Wireless LAN) ที่เปิดให้ใช้ฟรีโดยปราศจากการเข้ารหัสลับข้อมูล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น